ยารักษา BPH สำหรับผู้ชาย: ทำงานอย่างไร, ตัวเลือกที่ดีที่สุด, และควรใช้เมื่อใด

23 ธันวาคม 25681 min
 ยารักษา BPH สำหรับผู้ชาย: ทำงานอย่างไร, ตัวเลือกที่ดีที่สุด, และควรใช้เมื่อใด

ภาวะต่อมลูกหมากโต (BPH) — หรือที่เรียกว่า ต่อมลูกหมากโต — ส่งผลกระทบต่อผู้ชายส่วนใหญ่อายุเกิน 40 ปี และเกือบทุกคนที่อายุเกิน 60 ปี อาจทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะตอนกลางคืน ปวดปัสสาวะกะทันหัน และปัสสาวะไม่สุด

การใช้ยามักเป็นแนวทางการรักษาแรกสำหรับอาการ BPH ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งช่วยบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องผ่าตัด

กรุงเทพฯ มีการเข้าถึงยารักษา BPH ที่สำคัญทุกชนิด พร้อมกับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด

คู่มือนี้จะอธิบายยาหลักที่ใช้สำหรับ BPH วิธีการทำงาน และเวลาที่แนะนำให้ใช้

BPH (ต่อมลูกหมากโต) คืออะไร?

BPH คือการขยายขนาดของต่อมลูกหมากที่ไม่ใช่มะเร็ง เมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้น จะไปกดทับท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะลำบาก

อาการที่พบบ่อย ได้แก่:

  • ปัสสาวะไม่พุ่ง

  • ปัสสาวะบ่อย

  • ปวดปัสสาวะกะทันหัน

  • ปัสสาวะตอนกลางคืน (ตื่นกลางดึก)

  • ปัสสาวะลำบากตอนเริ่มต้น

  • ปัสสาวะหยดหลังปัสสาวะเสร็จ

  • ปัสสาวะไม่สุด

ยามุ่งเป้าไปที่ความตึงของกล้ามเนื้อ, ขนาดของต่อมลูกหมาก, หรือ เส้นทางของฮอร์โมน ที่ทำให้ต่อมลูกหมากโต

ประเภทยาสำหรับ BPH

มียาอยู่ 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมักใช้เดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกัน

1. ยาในกลุ่ม Alpha Blockers (บรรเทาอาการได้เร็วที่สุด)

ช่วยให้การไหลของปัสสาวะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน.

ยี่ห้อที่พบบ่อย:

  • Tamsulosin

  • Alfuzosin

  • Doxazosin

  • Silodosin

ทำงานอย่างไร:

คลายกล้ามเนื้อเรียบในต่อมลูกหมากและคอกระเพาะปัสสาวะ → ทำให้ปัสสาวะง่ายขึ้น

เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ชายที่มีอาการทางปัสสาวะที่น่ารำคาญ

  • ผู้ชายที่ต้องการการบรรเทาอย่างเร่งด่วน

2. ยาในกลุ่ม 5-Alpha Reductase Inhibitors (5-ARI)

ลดขนาดต่อมลูกหมากในช่วง 3–6 เดือน.

ยี่ห้อที่พบบ่อย:

  • Finasteride

  • Dutasteride

ทำงานอย่างไร:

ยับยั้ง DHT (ฮอร์โมนที่ทำให้ต่อมลูกหมากโต)

เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ชายที่มีต่อมลูกหมากขนาดใหญ่

  • การจัดการระยะยาว

  • ป้องกันภาวะปัสสาวะคั่ง

3. ยาในกลุ่ม PDE5 Inhibitor (Cialis 5 มก. รายวัน)

เดิมทีเป็นยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แต่ได้รับการอนุมัติจาก FDA สำหรับ BPH

ประโยชน์รวมถึง:

  • การไหลของปัสสาวะดีขึ้น

  • ลดอาการปวดปัสสาวะกะทันหัน

  • เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

  • ทำงานเสริมฤทธิ์กับยาในกลุ่ม alpha-blockers

4. ยาสูตรผสม

มักเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ตัวอย่าง:

  • Tamsulosin + Dutasteride

  • Tadalafil + Tamsulosin

แนะนำสำหรับอาการระดับปานกลางถึงรุนแรง

ใครควรใช้ยารักษา BPH?

ยาเหมาะสำหรับผู้ชายที่:

  • มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง

  • ต้องการหลีกเลี่ยงหรือชะลอการผ่าตัด

  • ต้องการการบรรเทาอย่างรวดเร็ว

  • ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน (การติดเชื้อ, ภาวะปัสสาวะคั่ง)

ยาไม่เหมาะสำหรับ:

  • ต่อมลูกหมากขนาดใหญ่มาก (>100 กรัม)

  • ผู้ชายที่มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

  • ผู้ชายที่มีภาวะปัสสาวะคั่งเรื้อรัง

  • ผู้ชายที่อาการไม่ดีขึ้นหลังจาก 6 เดือน

กรณีเหล่านี้อาจต้องใช้ Rezum, UroLift, TURP, หรือ HoLEP แทน

ประโยชน์ของยารักษา BPH

1. บรรเทาอาการอย่างรวดเร็ว (Alpha Blockers)

ช่วยให้การไหลดีขึ้นและลดความไม่สบายตัว

2. การลดขนาดในระยะยาว (5-ARIs)

ลดขนาดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากและป้องกันการลุกลาม

3. สมรรถภาพทางเพศที่ดีขึ้น (Cialis รายวัน)

ทางเลือกที่มีประโยชน์สองด้านที่ไม่เหมือนใคร

4. ไม่ต้องผ่าตัด

สะดวกและใช้งานง่าย

5. สามารถชะลอหรือป้องกันการผ่าตัดได้

โดยเฉพาะเมื่อเริ่มใช้ตั้งแต่เนิ่นๆ

สิ่งที่คาดหวังได้ระหว่างการปรึกษา

การประเมิน BPH อาจรวมถึง:

  • แบบสอบถามอาการ

  • การตรวจต่อมลูกหมาก

  • อัลตราซาวนด์

  • การตรวจปัสสาวะ

  • การตรวจเลือด PSA

  • การตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ (Uroflowmetry)

สิ่งนี้จะช่วยกำหนดว่ายาชนิดใดเหมาะสมที่สุด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

Alpha Blockers

  • เวียนศีรษะ

  • การหลั่งน้ำอสุจิย้อนกลับ

  • คัดจมูก

5-ARI (Finasteride/Dutasteride)

  • ความต้องการทางเพศลดลง

  • ปริมาณน้ำอสุจิลดลง

  • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่พบได้น้อย

Cialis รายวัน

  • ปวดหลัง

  • ปวดศีรษะ

  • หน้าแดง

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ดีขึ้นเมื่อปรับขนาดยา

ทำไมผู้ชายถึงเลือกใช้ยารักษา BPH ในกรุงเทพฯ

  • ยาสามัญราคาไม่แพง

  • การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ

  • การตรวจที่ครอบคลุม

  • การดูแลที่เป็นส่วนตัวและสะดวกสบาย

  • เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการ BPH ที่สมบูรณ์ (ยา + ทางเลือกการรักษาแบบบาดแผลน้อย)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

นานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?

Alpha blockers: 2–7 วัน ยาในกลุ่ม 5-ARI: 3–6 เดือน Cialis: 1–2 สัปดาห์

ยารักษา BPH ให้หายขาดได้หรือไม่?

ไม่ — ยาช่วยจัดการอาการและชะลอการเติบโต

BPH สามารถแย่ลงได้แม้จะใช้ยาหรือไม่?

ใช่ — การติดตามผลอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ

ยารักษา BPH สามารถช่วยเรื่องการแข็งตัวได้หรือไม่?

Cialis รายวันสามารถช่วยได้

ประเด็นสำคัญ

  • ยารักษา BPH ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมักเป็นทางเลือกการรักษาแรก

  • Alpha-blockers ทำงานเร็ว; 5-ARIs ลดขนาดต่อมลูกหมาก; Cialis ช่วยปรับปรุงทั้งการทำงานของระบบปัสสาวะและสมรรถภาพทางเพศ

  • ความสำเร็จในการใช้ยาขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยและการติดตามผลที่ถูกต้อง

  • กรุงเทพฯ ให้บริการดูแลต่อมลูกหมากคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้

  • Menscape ให้บริการแผนการรักษา BPH ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

📩 กำลังมีปัญหากับอาการทางปัสสาวะใช่ไหม? จองการปรึกษา BPH ส่วนตัวของคุณที่ Menscape กรุงเทพฯ วันนี้

สรุป

ควบคุมสุขภาพทางเพศของคุณวันนี้

ควบคุมสุขภาพทางเพศของคุณวันนี้
ควบคุมสุขภาพทางเพศของคุณวันนี้