1. โรคและอาการ
  2. การติดเชื้อ
  3. Dicloxacillin ในประเทศไทย

การติดเชื้อ · คู่มือการใช้ยา

Dicloxacillin ในประเทศไทย

Dicloxacillin รักษาอะไร ได้ผลแค่ไหนกับเชื้อ staph มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง และผู้ชายในกรุงเทพฯ ใช้ยานี้อย่างปลอดภัยได้อย่างไร ตรวจทานโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาตของคลินิกสุขภาพชายที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข

  • Symptoms often ease in 48–72 hours
  • Thai FDA registered · pharmacist dispensed
Dr. Noppon Arunkajohnsak (Win)

Medically reviewed by Dr. Noppon Arunkajohnsak (Win)

Menscape Clinic

Last reviewed

11 July 2026

48–72 ชม.

เริ่มดีขึ้นภายใน

reassess if you are not better by then

6 ชม.

ระยะห่างระหว่างมื้อยา

four times a day, on an empty stomach

MSSA

ออกฤทธิ์ต่อเชื้อ

not MRSA, which needs a different drug

ทศวรรษ 1960

ใช้ทางคลินิกตั้งแต่

a long-established anti-staph penicillin

สรุปประเด็นสำคัญ

Dicloxacillin is an oral penicillin-family antibiotic for skin and soft-tissue infections caused by methicillin-susceptible Staphylococcus aureus (MSSA).

It is built to resist the enzyme staph uses to destroy ordinary penicillin, but it does not cover MRSA or gram-negative bacteria, so culture matters when it isn't working.

In Thailand it is a dangerous drug (ยาอันตราย). Antibiotics are easy to buy over the counter here, but self-prescribing the wrong one drives resistance and can mask a serious infection.

A doctor should confirm the infection is bacterial, choose the right antibiotic and set the full course. Antibiotics do nothing for viral or fungal problems.

01

Dicloxacillin คืออะไร และ ออกฤทธิ์อย่างไร

Dicloxacillin เป็นยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานในกลุ่มเพนิซิลลินที่ออกฤทธิ์แคบ ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อนซึ่งเกิดจากเชื้อ Staphylococcus aureus ครอบคลุมแผลติดเชื้อ ฝี รูขุมขนอักเสบ และเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (cellulitis) ที่พบได้บ่อยในอากาศร้อนของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในผู้ชายที่ใช้อุปกรณ์ฟิตเนสร่วมกัน หรือโกนขนและมีเหงื่อมาก

จุดเด่นของยานี้อยู่ที่ความสามารถในการต้านกลไกป้องกันตัวของเชื้อ เชื้อ staph ส่วนใหญ่สร้างเอนไซม์ชื่อ penicillinase (เอนไซม์ในกลุ่ม beta-lactamase) ซึ่งทำลายเพนิซิลลินทั่วไปก่อนที่ยาจะออกฤทธิ์ Dicloxacillin ถูกออกแบบให้ทนต่อเอนไซม์นี้ จึงยังคงออกฤทธิ์ต่อเชื้อ S. aureus ชนิดที่ไวต่อ methicillin แต่ยานี้ไม่ครอบคลุมเชื้อ MRSA และไม่ครอบคลุมแบคทีเรียแกรมลบ จึงเป็นเหตุผลที่บางครั้งต้องเพาะเชื้อเมื่อการติดเชื้อไม่ดีขึ้น¹

ยานี้ต้องรับประทานให้ถูกวิธีจึงจะได้ผล อาหารลดการดูดซึมยาลงอย่างมาก จึงต้องรับประทานตอนท้องว่าง และเนื่องจากค่าครึ่งชีวิตสั้น จึงต้องรับประทานวันละ 4 ครั้ง⁷ Dicloxacillin เป็นหนึ่งในทางเลือกยาปฏิชีวนะหลายชนิด หน้าที่ของแพทย์คือยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียจริง เลือกยาที่ตรงกับเชื้อที่น่าจะเป็นสาเหตุ และกำหนดระยะเวลารักษาให้ครบคอร์ส

  1. เชื้อ staph สร้างผนังเซลล์

    แบคทีเรีย Staphylococcus ต้องอาศัยผนังชั้นนอกที่แข็งแรงเพื่อคงรูปร่างและมีชีวิตอยู่

  2. เพนิซิลลินขัดขวางการสร้างผนังเซลล์

    Dicloxacillin จับกับเอนไซม์ที่เชื่อมโครงสร้างผนังเซลล์ ทำให้เชื้อสร้างผนังไม่สำเร็จ

  3. ทนต่อการโต้กลับของเชื้อ staph

    เชื้อ staph ส่วนใหญ่สร้าง penicillinase เพื่อทำลายเพนิซิลลิน แต่โครงสร้างของ dicloxacillin ทนต่อเอนไซม์นี้ได้¹

  4. ผนังเซลล์ล้มเหลว

    เมื่อไม่มีผนังเซลล์ที่สมบูรณ์ แบคทีเรียจะแตกและตายลง การติดเชื้อจึงทุเลา

02

การรับยา Dicloxacillin ในประเทศไทย

สถานะตาม Thai FDA

ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Thai FDA) และจัดเป็นยาอันตราย ตามกฎหมายต้องจ่ายโดยเภสัชกรหรือสั่งจ่ายโดยแพทย์ และมียาสามัญที่ขึ้นทะเบียนแล้วหลายรายการผ่านช่องทางที่ได้รับอนุญาต³

ขั้นตอนการจ่ายยาที่ Menscape

แพทย์ผู้มีใบอนุญาตจะยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย เลือกยาปฏิชีวนะให้ตรงกับเชื้อที่น่าจะเป็นสาเหตุ และกำหนดขนาดยากับระยะเวลารักษาให้ครบคอร์ส หากมีฝีที่ต้องเจาะระบายหนอง หรือสงสัยเชื้อ MRSA แผนการรักษาจะเปลี่ยนไปตามนั้น

กับดักของการซื้อยากินเอง

ร้านขายยาหลายแห่งในไทยจ่ายยาปฏิชีวนะให้โดยไม่มีการประเมินอาการ ความเสี่ยงคือได้ยาผิดชนิด ใช้ยาไม่ครบคอร์ส หรือรักษาภาวะที่ไม่ได้เกิดจากแบคทีเรียเลย ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งเสริมการดื้อยา⁴

การดื้อยาต้านจุลชีพ แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติด้าน AMR ของไทยและแนวทางการใช้ยาอย่างสมเหตุผลขององค์การอนามัยโลกต่างเน้นว่าควรใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อจำเป็นเท่านั้น และต้องใช้ให้ครบคอร์ส การซื้อยากินเองเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของเชื้อ staph ดื้อยา⁵⁶

03

ได้ผลจริงหรือไม่ หลักฐานทางการแพทย์

Dicloxacillin ถูกใช้ทางคลินิกมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 และยังคงเป็นยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานลำดับแรกที่แนวทางเวชปฏิบัติแนะนำสำหรับการติดเชื้อที่ผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อนจากเชื้อ S. aureus ชนิดที่ไวต่อ methicillin เนื่องจากยานี้ทนต่อเอนไซม์ beta-lactamase ที่เชื้อ staph ส่วนใหญ่สร้างขึ้น จึงยังได้ผลในกรณีที่เพนิซิลลินธรรมดาหรือ Amoxicillin ใช้ไม่ได้ผล¹²

ข้อจำกัดสำคัญคือเชื้อที่ยานี้ไม่ครอบคลุม Dicloxacillin ไม่มีฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อเชื้อ MRSA หรือแบคทีเรียแกรมลบ และปัจจุบันเชื้อ MRSA พบได้บ่อยพอที่การติดเชื้อซึ่งไม่ดีขึ้นควรได้รับการประเมินซ้ำ และเพาะเชื้อเมื่อทำได้ นอกจากนี้ยาปฏิชีวนะไม่ได้ผลต่อการติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อรา การยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียจึงต้องมาก่อน ส่วนการติดเชื้อที่ลึกและฝีมักต้องเจาะระบายหนองร่วมกับการใช้ยาปฏิชีวนะ

ยาลำดับแรก

สำหรับการติดเชื้อผิวหนังจาก MSSA

ตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านโรคติดเชื้อ

ไม่ใช่ MRSA

ไม่ครอบคลุมสายพันธุ์ดื้อยา

การเพาะเชื้อช่วยชี้ทางเมื่อยาไม่ได้ผล

Based on infectious-disease treatment guidelines for skin and soft-tissue infections. The right antibiotic depends on the organism and your history.

04

ผลข้างเคียง และ ใครที่ไม่ควรใช้ยานี้

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

ส่วนใหญ่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องเสีย ไม่สบายท้อง และบางครั้งมีผื่นเล็กน้อย การรับประทานตอนท้องว่างซึ่งจำเป็นต่อการดูดซึม อาจทำให้ผู้ชายบางคนรู้สึกคลื่นไส้ชัดเจนขึ้น¹

รุนแรงแต่พบไม่บ่อย

การแพ้เพนิซิลลินจริงอาจทำให้เกิดลมพิษ บวม หรือในบางรายที่พบไม่บ่อยอาจเกิดอาการแพ้รุนแรงชนิดแอนาฟิแล็กซิส ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังพบภาวะตับอักเสบจากการคั่งของน้ำดี (cholestatic hepatitis) และท้องเสียจากเชื้อ C. difficile ที่สัมพันธ์กับยาปฏิชีวนะได้ในบางราย หากมีอาการท้องเสียเป็นน้ำต่อเนื่องควรแจ้งแพทย์

ไม่เหมาะสำหรับ

ผู้ที่มีประวัติแพ้เพนิซิลลินหรือยาปฏิชีวนะกลุ่ม beta-lactam ชนิดอื่น ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่มีโรคตับรุนแรง และควรแจ้งแพทย์หากคุณเป็นหรือเพิ่งเป็นโรคติดเชื้อโมโนนิวคลีโอสิส (mononucleosis) ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดผื่นจากยากลุ่มเพนิซิลลิน

ปฏิกิริยาระหว่างยาและข้อควรระวัง

ยานี้อาจเสริมฤทธิ์ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin และลดการขับ methotrexate ออกจากร่างกาย ควรใช้ยาให้ครบคอร์สแม้อาการจะดีขึ้นแล้ว และไม่ควรแบ่งยาปฏิชีวนะที่เหลือให้ผู้อื่น หรือนำมาใช้กับอาการอื่น

05

ทางเลือกอื่นและการใช้ร่วมกัน

ชนิดรับประทาน · กรณีแพ้ยาหรือเชื้อ MRSA

Clindamycin

ครอบคลุมเชื้อ MRSA ได้หลายสายพันธุ์ และเป็นทางเลือกสำหรับผู้ชายที่แพ้เพนิซิลลิน แพทย์อาจเลือกใช้เมื่อ dicloxacillin ไม่เหมาะสม โดยชั่งน้ำหนักกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของภาวะท้องเสียจากเชื้อ C. difficile

ชนิดรับประทาน · ครอบคลุมกว้างขึ้น

Co-amoxiclav

Amoxicillin ที่ผสมกับ clavulanate ครอบคลุมเชื้อได้กว้างขึ้นสำหรับการติดเชื้อหลายชนิดร่วมกันและแผลถูกกัด ซึ่งอาจมีเชื้ออื่นนอกเหนือจาก staph ร่วมด้วย แพทย์จะเลือกใช้เมื่อสาเหตุไม่ได้มาจากเชื้อ staph เพียงอย่างเดียว

การดูแลเสริม · ไม่ใช่สิ่งทดแทนยา

การดูแลแผลและการระบายหนอง

การดูแลแผลให้สะอาด และการให้แพทย์เจาะระบายหนองในกรณีที่เป็นฝี เป็นสิ่งจำเป็น เพราะยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดหนองที่คั่งอยู่ได้

06

ขั้นตอนการสั่งจ่ายยาที่ Menscape

Menscape Clinic Bangkok consultation room

นัดหมายปรึกษาแพทย์ได้ตั้งแต่วันนี้

  1. ทักหาเราทาง WhatsApp หรือ LINE

    ใช้เวลาไม่กี่นาทีบนมือถือของคุณ อธิบายอาการ แนบภาพผิวหนังบริเวณที่เป็น และแจ้งประวัติแพ้ยากับยาที่ใช้อยู่ ข้อมูลได้รับการคุ้มครองตาม PDPA

  2. ปรึกษาแพทย์

    แพทย์ไทยผู้มีใบอนุญาตจะตรวจประเมินผ่านวิดีโอคอลหรือที่คลินิกอโศก ยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่ และพิจารณาว่าจำเป็นต้องเก็บสิ่งส่งตรวจ เพาะเชื้อ หรือเจาะระบายหนองหรือไม่

  3. รับใบสั่งยา หากเหมาะสม

    หากยาปฏิชีวนะเหมาะกับกรณีของคุณ คุณจะได้รับใบสั่งยาพร้อมคำอธิบายการใช้ยาให้ครบคอร์ส โดยยาจะจ่ายจากร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต เลือกรับที่ร้านหรือให้จัดส่งได้

  4. ติดตามผลและเฝ้าระวัง

    มีการติดตามอาการที่ 48–72 ชั่วโมง เพื่อยืนยันว่าคุณดีขึ้น หากไม่ดีขึ้น แพทย์จะปรับแผนการรักษา เช่น เพาะเชื้อ เปลี่ยนเป็นยาที่ครอบคลุม MRSA หรือเจาะระบายหนองตามความจำเป็น

แพทย์เป็นผู้พิจารณา การเริ่มต้นพูดคุยไม่ถือเป็นข้อผูกมัด และไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับใบสั่งยา ยาปฏิชีวนะจะสั่งจ่ายเมื่อเป็นการรักษาที่เหมาะสมกับการติดเชื้อของคุณเท่านั้น

Dr. Noppon Arunkajohnsak (Win)

Medically reviewed by

Dr. Noppon Arunkajohnsak (Win)

Menscape Clinic, Bangkok

The heat here and shared gym equipment make staph skin infections common. The mistake I see most is grabbing a random antibiotic off a pharmacy shelf. The wrong drug, or too short a course, is how a simple boil turns into something worse.

Reviewed
11 July 2026
Next review
January 2027
Editorial standard
Each guide is checked against the Thai FDA label and the primary literature, then reviewed by a licensed physician.

07

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อ Dicloxacillin ตามร้านขายยาในไทยได้เลยหรือไม่

ในทางปฏิบัติ ร้านขายยาหลายแห่งในไทยขายยานี้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ แต่ตามกฎหมายยานี้จัดเป็นยาอันตราย ซึ่งควรจ่ายหลังการประเมินอาการอย่างเหมาะสม การซื้อยาปฏิชีวนะโดยไม่รู้ว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร เสี่ยงต่อการได้ยาผิดชนิด ใช้ยาไม่ครบคอร์ส และเกิดการดื้อยา

ยาควรเริ่มออกฤทธิ์เร็วแค่ไหน

การติดเชื้อที่ผิวหนังแบบไม่ซับซ้อนมักเริ่มดีขึ้นภายใน 48–72 ชั่วโมง หากพ้นช่วงเวลานี้แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือรอยแดงลุกลามมากขึ้น ควรพบแพทย์ เพราะอาจเป็นเชื้อ MRSA หรือจำเป็นต้องเจาะระบายหนอง มากกว่าการใช้ยานานขึ้น

ทำไมต้องรับประทานตอนท้องว่าง

อาหารลดการดูดซึม dicloxacillin ลงอย่างมาก ควรรับประทานก่อนอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง วันละ 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่ทำได้

หยุดยาได้ไหมเมื่ออาการดูดีขึ้นแล้ว

ไม่ควรหยุด ควรใช้ยาให้ครบคอร์สตามที่แพทย์กำหนด แม้ผิวหนังจะดูหายดีแล้ว การหยุดยาเร็วเกินไปอาจทำให้ยังมีแบคทีเรียหลงเหลืออยู่ และกลับมาเป็นซ้ำในรูปแบบที่รักษายากขึ้น

Dicloxacillin ครอบคลุมเชื้อ MRSA หรือไม่

ไม่ได้ ยานี้ออกฤทธิ์เฉพาะกับเชื้อ staph ชนิดที่ไวต่อ methicillin (MSSA) หากสงสัยหรือยืนยันจากการเพาะเชื้อว่าเป็น MRSA แพทย์จะเปลี่ยนไปใช้ยาปฏิชีวนะชนิดอื่น เช่น Clindamycin หรือ Doxycycline

ผมแพ้เพนิซิลลิน ใช้ยานี้ได้หรือไม่

ไม่ได้ Dicloxacillin เป็นยาในกลุ่มเพนิซิลลิน จึงไม่ปลอดภัยหากคุณมีประวัติแพ้เพนิซิลลินหรือยากลุ่ม beta-lactam จริง ควรแจ้งแพทย์ เพื่อให้เลือกยาทางเลือกที่ไม่ใช่เพนิซิลลิน

ระหว่างใช้ยานี้ดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือไม่

Dicloxacillin ไม่มีปฏิกิริยาที่เป็นอันตรายกับแอลกอฮอล์ ต่างจากยาปฏิชีวนะบางชนิด อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อที่กำลังเป็นอยู่เป็นเหตุผลที่ควรพักผ่อน และการดื่มหนักอาจทำให้อาการไม่สบายท้องที่ยานี้ทำให้เกิดขึ้นได้แย่ลง

ผมเป็นฝีและรูขุมขนอักเสบบ่อย โดยเฉพาะหลังเข้าฟิตเนส เพราะอะไร

การติดเชื้อ staph ที่ผิวหนังแบบเป็นซ้ำพบได้บ่อยจากความร้อน เหงื่อ และการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน อีกทั้งบางคนมีเชื้อนี้อาศัยอยู่ในโพรงจมูก หากอาการกลับมาเป็นซ้ำเรื่อย ๆ แพทย์สามารถตรวจหารูปแบบดังกล่าวและจัดการที่ต้นเหตุ แทนการรักษาเป็นครั้ง ๆ ไป

08

เอกสารอ้างอิง

1. U.S. FDA. Dicloxacillin sodium capsules – prescribing information. Accessed July 2026.

2. Stevens DL, et al. Practice guidelines for the diagnosis and management of skin and soft-tissue infections: 2014 update. Infectious Diseases Society of America. Clin Infect Dis. 2014;59(2):e10-e52.

3. Thai Food and Drug Administration – drug registration database, ndi.fda.moph.go.th. Accessed July 2026.

4. Sumpradit N, et al. Antibiotics Smart Use: a workable model for promoting the rational use of medicines in Thailand. Bull World Health Organ. 2012;90(12):905-913.

5. Thailand National Strategic Plan on Antimicrobial Resistance 2017–2021. Ministry of Public Health, Thailand.

6. World Health Organization. AWaRe (Access, Watch, Reserve) classification of antibiotics. 2023.

7. Nauta EH, Mattie H. Dicloxacillin and cloxacillin: pharmacokinetics in healthy and hemodialysis subjects. Clin Pharmacol Ther. 1976;20(1):98-108.

คู่มือนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ Dicloxacillin เป็นยาปฏิชีวนะที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ ซึ่งควรได้รับการเลือกชนิดยา กำหนดขนาดยา และติดตามผลโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาต ยาปฏิชีวนะไม่ได้ใช้รักษาการติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อรา

คู่มือนี้เป็นส่วนหนึ่งของคลังความรู้เรื่องการติดเชื้อของ Menscape

ดูศูนย์รวมข้อมูลภาวะสุขภาพ

ฝีเจ็บหรือรอยแดงลุกลาม อย่าเดาเอง ให้แพทย์ตรวจดู

ฝีเจ็บหรือรอยแดงลุกลาม
อย่าเดาเอง ให้แพทย์ตรวจดู
Illustration of an online doctor consultation room at Menscape Clinic Bangkok