- โรคและอาการ
- การติดเชื้อ
- ยาปฏิชีวนะชนิดทาในประเทศไทย
การติดเชื้อผิวหนังและดวงตา · คู่มือการใช้ยา
ยาปฏิชีวนะชนิดทาในประเทศไทย
ขี้ผึ้ง Chloramphenicol และ Oxytetracycline ใช้รักษาอะไรได้จริง ได้ผลแค่ไหน มีผลข้างเคียงอะไร และคุณจะรับยาอย่างปลอดภัยในกรุงเทพฯ ได้อย่างไร อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การติดเชื้อเล็กน้อยแบบไหนที่ควรพบแพทย์ แทนที่จะหยิบยาปฏิชีวนะมาทาเอง ตรวจทานเนื้อหาโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตของคลินิกสุขภาพเพศชายที่จดทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข
- Works in 1–2 days, if it's bacterial
- Pharmacist-controlled · use on advice
/)
Medically reviewed by Dr. Noppon Arunkajohnsak (Win)
Menscape Clinic
Last reviewed
11 July 2026
~65%
หายเองได้โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ
acute bacterial conjunctivitis, in days
1–2
วันที่เริ่มเห็นอาการดีขึ้น
if it's bacterial and responds
3–4×
ทาบริเวณที่เป็นต่อวัน
typical topical dosing schedule
5–7
จำนวนวันของการใช้ยาตามปกติ
continue 48 h after it clears
สรุปประเด็นสำคัญ
Chloramphenicol and oxytetracycline are topical antibiotics for minor, superficial skin and eye infections not for deep, spreading or severe ones.
Most minor bacterial eye and skin infections are self-limiting; a topical antibiotic can speed recovery, but it is not always needed.
In Thailand these are pharmacist-controlled medicines. Chloramphenicol is a dangerous drug (ยาอันตราย), and neither should be guessed at from a leftover tube.
See a doctor for eye pain, blurred vision, spreading redness, fever, or no improvement in 2–3 days those signal something a topical won't fix.
01
ยาปฏิชีวนะชนิดทาคืออะไร และ ออกฤทธิ์อย่างไร
ยาปฏิชีวนะชนิดทาคือยาปฏิชีวนะที่ใช้ทาลงบนผิวหนังหรือผิวดวงตาโดยตรง เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ตื้นบริเวณผิว ตัวยาสองชนิดที่พบบ่อยในคลินิกและร้านขายยาในไทยคือ Chloramphenicol และ Oxytetracycline ทั้งคู่เป็นยาออกฤทธิ์กว้าง คือครอบคลุมแบคทีเรียได้หลายชนิด และใช้กับแผลติดเชื้อเล็กน้อย แผลถลอกที่ติดเชื้อ รวมถึงเยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรีย
ยาทั้งสองออกฤทธิ์โดยหยุดการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย ด้วยการขัดขวางกลไกการสร้างโปรตีนของแบคทีเรีย โดย Chloramphenicol จับกับไรโบโซมหน่วย 50S ส่วน Oxytetracycline ซึ่งอยู่ในกลุ่ม tetracycline จับกับหน่วย 30S เมื่อทาลงบนผิว ตัวยาจะมีความเข้มข้นสูงตรงจุดที่ติดเชื้อ และดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดน้อยมาก จึงทำให้ความเสี่ยงร้ายแรงที่พบกับยาปฏิชีวนะแบบรับประทานหรือฉีดเกิดขึ้นได้น้อยกว่ามากเมื่อใช้ทาในระยะสั้น
ข้อจำกัดคือยากลุ่มนี้รักษาได้เฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวเท่านั้น ไม่ได้ผลกับปัญหาจากเชื้อไวรัสหรือเชื้อรา ในขณะที่ตาแดงส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส และผื่นผิวหนังจำนวนมากเกิดจากการระคายเคือง ภูมิแพ้ หรือเชื้อรา อีกทั้งยาทายังเข้าไม่ถึงการติดเชื้อที่ลึกหรือที่กำลังลุกลาม ด้วยเหตุนี้ ขั้นตอนแรกที่เป็นประโยชน์จึงไม่ใช่การเลือกยาปฏิชีวนะ แต่เป็นการหาให้ชัดว่าคุณกำลังเป็นอะไรกันแน่
แบคทีเรียเกาะอยู่ที่ผิว
แผลบาด แผลถลอก หรือผิวดวงตามีแบคทีเรียเกาะอยู่ ทำให้เกิดรอยแดง มีหนอง หรือมีสะเก็ด
ตัวยาเข้มข้นอยู่ตรงจุดที่ทา
เมื่อทาโดยตรง ยาปฏิชีวนะจะมีระดับสูงตรงบริเวณที่ติดเชื้อ และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเพียงเล็กน้อย
การสร้างโปรตีนถูกขัดขวาง
Chloramphenicol จับกับไรโบโซมหน่วย 50S ของแบคทีเรีย² ส่วน Oxytetracycline จับกับหน่วย 30S³ ทั้งคู่ทำให้แบคทีเรียสร้างโปรตีนที่จำเป็นไม่ได้
แบคทีเรียหยุดเพิ่มจำนวน
การเจริญเติบโตหยุดลง (ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย) แล้วภูมิคุ้มกันของคุณเองจะกำจัดการติดเชื้อภายในไม่กี่วัน
02
การรับยาปฏิชีวนะชนิดทาในประเทศไทย
สถานะตาม อย. ไทย
ยาทั้งสองชนิดขึ้นทะเบียนในประเทศไทย Chloramphenicol จัดเป็นยาอันตราย ต้องจ่ายโดยเภสัชกร ส่วนขี้ผึ้งป้ายตา Oxytetracycline (จำหน่ายในไทยภายใต้ชื่อการค้า เช่น Terramycin) มีขายทั่วไปตามร้านขายยา แต่ยังคงเป็นยาที่ต้องจ่ายโดยเภสัชกร ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านที่ซื้อได้อิสระ⁵
แนวทางของ Menscape
แพทย์จะตรวจก่อนว่าปัญหาของคุณเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ยาทารักษาได้จริงหรือไม่ ถ้าใช่ คุณจะได้รับยาที่ถูกต้องพร้อมคำแนะนำที่ชัดเจนว่าใช้อย่างไรและนานเท่าใด ถ้าไม่ใช่ แพทย์จะแนะนำแนวทางที่ช่วยได้จริงให้แทน
เลี่ยงยาค้างลิ้นชักและยานอกระบบ
การหยิบยาหลอดเก่าที่ใช้ค้างไว้ หรือสั่งซื้อขี้ผึ้งที่ไม่มีฉลากทางออนไลน์ เสี่ยงต่อการใช้ยาผิดชนิดกับปัญหาที่ไม่ตรงกัน และยังเป็นการเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา การให้แพทย์ตรวจสักครั้งจึงปลอดภัยกว่า และมักเร็วกว่าการเดาสองรอบ
คำเตือนจาก อย. ไทย หน่วยงานกำกับดูแลได้เตือนซ้ำหลายครั้งไม่ให้ซื้อยาจากผู้ขายออนไลน์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ยาปลอมและยาที่ไม่ได้มาตรฐานพบได้บ่อย และไม่มีผู้ใดรับผิดชอบต่อสิ่งที่คุณได้รับจริง⁶
03
ได้ผลจริงหรือไม่ ดูจากหลักฐาน
สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวจริง ๆ ยาทั้งสองชนิดเป็นยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์กว้างที่ใช้ทางคลินิกมานานหลายทศวรรษ หลักฐานที่ชัดเจนอยู่ที่เยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรีย ซึ่งการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบของ Cochrane พบว่าภาวะนี้ส่วนใหญ่หายได้เอง โดยประมาณ 65% ของผู้ป่วยหายภายใน 2–5 วันโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเลย ยาปฏิชีวนะยังมีประโยชน์อยู่บ้าง คือช่วยให้อาการทางคลินิกและผลตรวจเชื้อดีขึ้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามีโอกาสหายเร็วมากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาราว 1.4 เท่า¹
สิ่งที่กำหนดว่ายาเหล่านี้จะได้ผลหรือไม่คือการวินิจฉัย ไม่ใช่ยี่ห้อของยา ยาจะช่วยได้ก็ต่อเมื่อสาเหตุมาจากแบคทีเรีย ตาแดงเฉียบพลันส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส และผื่นผิวหนังจำนวนมากเกิดจากการระคายเคือง ภูมิแพ้ หรือเชื้อรา ซึ่งไม่มีภาวะใดตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ การฝืนใช้ยาจะทำให้การรักษาที่ถูกต้องล่าช้าและเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา คำถามที่ตรงประเด็นจึงไม่ใช่ "ควรใช้ยาปฏิชีวนะตัวไหน" แต่คือ "นี่เกิดจากแบคทีเรียหรือไม่ และจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือเปล่า"
~65%
หายเองได้โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ
เยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรียเฉียบพลัน วันที่ 2–5
1.4×
หายเร็วขึ้นเมื่อใช้ยาปฏิชีวนะ
ประโยชน์เชิงเปรียบเทียบกับยาหลอก
Cochrane systematic review of antibiotics for acute bacterial conjunctivitis. The benefit is real but modest, and most cases are self-limiting. Individual results vary.
04
ผลข้างเคียง และ ใครที่ไม่ควรใช้
พบบ่อย มักไม่รุนแรง
ปฏิกิริยาเฉพาะที่บริเวณที่ทา ได้แก่ แสบ คัน แดง หรือบวมเล็กน้อย ขี้ผึ้งป้ายตา Chloramphenicol อาจทำให้ตาพร่ามัวได้สองสามนาทีหลังใช้ หากใช้ซ้ำหรือใช้ต่อเนื่องนาน อาจเกิดการแพ้สัมผัส (ปฏิกิริยาภูมิแพ้ทางผิวหนัง) ได้ จึงเป็นเหตุผลที่ต้องจำกัดระยะเวลาการใช้ยาให้สั้น⁷
พบได้น้อยแต่ร้ายแรง
Oxytetracycline อาจทำให้ผิวไวต่อแสง คือผิวบริเวณที่ทาไหม้แดดได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในประเทศไทย ส่วน Chloramphenicol มีความเสี่ยงที่พบได้น้อยแต่ร้ายแรงคือการกดการทำงานของไขกระดูก รวมถึงภาวะโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ (aplastic anaemia) ความเสี่ยงนี้เกี่ยวข้องกับการใช้ยาแบบทั่วร่างกาย (รับประทานหรือฉีด) เป็นหลัก ไม่ใช่การทาระยะสั้น แต่ก็เป็นเหตุผลที่ไม่แนะนำให้รักษาตัวเองต่อเนื่องเป็นเวลานาน²
ไม่เหมาะสำหรับ
ผู้ที่แพ้ Chloramphenicol หรือแพ้ยากลุ่ม tetracycline ทารกแรกเกิด (Chloramphenicol มีความเสี่ยงเฉพาะในทารกแรกเกิด) หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กเล็ก ควรใช้ยาเหล่านี้เมื่อแพทย์แนะนำเท่านั้น และมักมีการเลือกใช้ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าแทน
ปฏิกิริยาระหว่างยาและข้อควรระวัง
อย่าใช้ยาปฏิชีวนะเหลือใช้หลายชนิดร่วมกัน และอย่ายืดระยะเวลาการใช้ยาออกไปเพราะคิดว่า "เผื่อไว้ให้ชัวร์" เพราะนั่นคือจุดเริ่มของเชื้อดื้อยาและการแพ้ทางผิวหนัง ถอดคอนแทคเลนส์ระหว่างรักษาดวงตา และแจ้งแพทย์หากคุณเคยมีโรคทางเลือด
05
ทางเลือกและการใช้ร่วมกัน
ยาทา · ยาปฏิชีวนะทางเลือก
Mupirocin หรือ fusidic acid
ยาปฏิชีวนะชนิดทาอื่น ๆ ที่ใช้กับการติดเชื้อผิวหนังไม่รุนแรง เช่น แผลพุพอง แพทย์อาจเลือกตัวใดตัวหนึ่งตามชนิดของแบคทีเรียที่น่าจะเป็นสาเหตุ และรูปแบบการดื้อยาในพื้นที่
แนวทางแรก · แผลเล็กน้อย
การดูแลแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
สำหรับแผลบาดหรือแผลถลอกที่สะอาดและไม่ซับซ้อน การล้างด้วยน้ำสะอาดและใช้น้ำยาฆ่าเชื้อพื้นฐานก็มักเพียงพอแล้ว ยาปฏิชีวนะไม่ใช่สิ่งที่ต้องใช้เสมอไป และการงดใช้เมื่อไม่จำเป็นช่วยชะลอปัญหาเชื้อดื้อยา
ต้องมีใบสั่งแพทย์ · เมื่อยาทาไม่เพียงพอ
ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน
รอยแดงที่ลุกลาม แผลลึก แผลจากสัตว์หรือคนกัด หรือการติดเชื้อที่มีไข้ร่วมด้วย มักต้องใช้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานและต้องได้รับการตรวจร่างกาย เพราะยาทาที่ผิวเข้าไม่ถึงบริเวณเหล่านั้น
06
ขั้นตอนการสั่งจ่ายยาที่ Menscape
/)
ไม่แน่ใจว่ากำลังเป็นอะไรอยู่ ปรึกษาแพทย์ได้
ทักหาเราทาง WhatsApp หรือ LINE
ใช้เวลาห้านาทีบนมือถือของคุณ เล่าอาการที่เป็น แนบภาพผิวหนังหรือดวงตาบริเวณที่มีปัญหา พร้อมประวัติสุขภาพ ไม่มีค่าใช้จ่ายและได้รับการคุ้มครองตาม PDPA
แพทย์ตรวจประเมิน
แพทย์ไทยที่มีใบอนุญาตจะประเมินว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ยาปฏิชีวนะชนิดทารักษาได้จริงหรือไม่ ผ่านวิดีโอคอลหรือเข้ารับการตรวจที่คลินิกอโศก
สั่งจ่ายยา หากเหมาะสม
หากยาปฏิชีวนะชนิดทาเหมาะกับอาการของคุณ คุณจะได้รับยาที่ถูกต้องพร้อมคำแนะนำที่ชัดเจน จ่ายโดยร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต รับยาเองหรือให้จัดส่งก็ได้ หากไม่เหมาะ แพทย์จะบอกว่าแนวทางใดจะช่วยคุณได้แทน
การติดตามผล
หากอาการไม่ดีขึ้นชัดเจนภายใน 2–3 วัน ให้ติดต่อคลินิก การติดเชื้อบางอย่างต้องปรับไปใช้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานหรือเข้ารับการตรวจร่างกาย และยิ่งพบเร็วก็ยิ่งดี
แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจ การเริ่มต้นพูดคุยไม่ถือเป็นข้อผูกมัด และไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับใบสั่งยา หากยาปฏิชีวนะไม่ใช่การรักษาที่เหมาะสม แพทย์จะแจ้งให้ทราบและแนะนำแนวทางที่เหมาะกว่า
/)
Medically reviewed by
Dr. Noppon Arunkajohnsak (Win)
Menscape Clinic, Bangkok
“Most red eyes and minor rashes aren't bacterial, so an antibiotic ointment does nothing but breed resistance. The real skill is knowing what you're actually treating a two-minute check that's worth doing before you reach for a tube.”
- Reviewed
- 11 July 2026
- Next review
- January 2027
- Editorial standard
- Each guide is checked against the Thai FDA label and the primary literature, then reviewed by a licensed physician.
07
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อยาปฏิชีวนะชนิดทาเองที่ร้านขายยาในไทยได้ไหม
ขี้ผึ้งป้ายตา Oxytetracycline หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยาในไทย โดยจ่ายผ่านเภสัชกร ส่วน Chloramphenicol จัดเป็นยาอันตรายและต้องจ่ายโดยเภสัชกรเช่นกัน ไม่ใช่ยาที่ซื้อได้อิสระ ทั้งสองชนิดไม่ควรใช้โดยไม่รู้สาเหตุ ควรตรวจให้แน่ใจก่อนว่าการติดเชื้อนั้นเกิดจากแบคทีเรียจริง
จะรู้ได้อย่างไรว่าการติดเชื้อของผมเกิดจากแบคทีเรีย
หลายครั้งคุณไม่สามารถบอกได้แน่ชัดเพียงจากการมองด้วยตา การติดเชื้อแบคทีเรียที่ตามักมีขี้ตาข้นสีเหลืองอมเขียวและเหนียว ขณะที่การติดเชื้อไวรัสมักมีน้ำตาใสมากกว่า ส่วนผื่นผิวหนังและบาดแผลยิ่งประเมินเองได้ยาก จึงเป็นเหตุผลที่การให้แพทย์ตรวจช่วยให้คุณไม่รักษาผิดโรค
ยาใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะเห็นผล
หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียและตอบสนองต่อยา คุณควรเห็นอาการดีขึ้นภายใน 1–2 วัน และหายเป็นปกติในราว 5–7 วัน ควรทายาต่ออีกประมาณ 48 ชั่วโมงหลังอาการดูดีขึ้นแล้ว หากไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน ถึงเวลาที่ควรไปให้แพทย์ตรวจ
เมื่อไรที่ควรพบแพทย์แทนการรักษาตัวเอง
อาการปวดตา ตาพร่าหรือมองเห็นลดลง สู้แสงไม่ได้ สารเคมีกระเด็นเข้าตา หรือตาแดงที่เกี่ยวข้องกับคอนแทคเลนส์ ล้วนต้องได้รับการดูแลทางจักษุอย่างเร่งด่วน ส่วนทางผิวหนัง รอยแดงที่ลุกลาม มีไข้ แผลลึก หรือแผลจากสัตว์หรือคนกัด ต้องได้รับการตรวจร่างกาย เพราะยาทาไม่เพียงพอ
Chloramphenicol อันตรายไหม ผมอ่านเจอเรื่องภาวะไขกระดูกฝ่อ
ความเสี่ยงต่อไขกระดูกที่พบได้น้อย (ภาวะโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ) เกี่ยวข้องกับ Chloramphenicol แบบทั่วร่างกาย คือรับประทานหรือฉีด เป็นหลัก ไม่ใช่การทาระยะสั้น แต่ก็ยังเป็นเหตุผลที่ต้องจำกัดระยะเวลาการใช้ยาให้สั้น และไม่แนะนำให้รักษาตัวเองต่อเนื่องนาน แจ้งแพทย์หากคุณเคยมีโรคทางเลือด
ใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาหลอดเก่าที่มีอยู่ที่บ้านได้ไหม
ไม่ควรใช้ ยาหลอดเก่าอาจเป็นยาที่ไม่ตรงกับปัญหาครั้งนี้ อาจหมดอายุ หรือปนเปื้อนแล้ว โดยเฉพาะขี้ผึ้งป้ายตาไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำกับการติดเชื้อครั้งใหม่ หรือใช้ร่วมกับผู้อื่น อีกทั้งการเดาเองยังเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา
ใส่คอนแทคเลนส์ระหว่างใช้ขี้ผึ้งป้ายตาได้ไหม
ไม่ได้ ให้ถอดคอนแทคเลนส์ตลอดช่วงการรักษาจนกว่าการติดเชื้อจะหายสนิท แล้วสอบถามแพทย์ว่าเมื่อไรจึงจะกลับมาใส่ได้อย่างปลอดภัย การใส่เลนส์ทับการติดเชื้อที่ยังอยู่อาจทำให้อาการแย่ลงและทำให้เลนส์เสียหาย
ยาเหล่านี้ปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์หรือสำหรับลูกของผมไหม
ควรใช้เมื่อแพทย์แนะนำเท่านั้น Chloramphenicol มีความเสี่ยงเฉพาะในทารกแรกเกิด และโดยทั่วไปหลีกเลี่ยงยากลุ่ม tetracycline ในหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก แพทย์สามารถเลือกทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าได้หากจำเป็นต้องใช้ยา
08
เอกสารอ้างอิง
1. Sheikh A, Hurwitz B, van Schayck CP, McLean S, Nurmatov U. Antibiotics versus placebo for acute bacterial conjunctivitis. Cochrane Database of Systematic Reviews. 2012.
2. Electronic Medicines Compendium (emc). Chloramphenicol 1% w/w Eye Ointment – Summary of Product Characteristics. เข้าถึงข้อมูลปี 2026
3. Chopra I, Roberts M. Tetracycline antibiotics: mode of action, applications, molecular biology, and epidemiology of bacterial resistance. Microbiol Mol Biol Rev. 2001;65(2):232-260.
4. World Health Organization. WHO Model List of Essential Medicines – chloramphenicol. WHO. 2023.
5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ฐานข้อมูลทะเบียนตำรับยา ndi.fda.moph.go.th เข้าถึงข้อมูลปี 2026
6. คำเตือนผู้บริโภคของ อย. เรื่องการซื้อยาจากผู้ขายออนไลน์ที่ไม่ได้รับอนุญาต oryor.com เข้าถึงข้อมูลปี 2026
7. British National Formulary (BNF). เอกสารข้อมูลยา Chloramphenicol และ Oxytetracycline. NICE/BNF เข้าถึงข้อมูลปี 2026
คู่มือนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ Chloramphenicol และ Oxytetracycline เป็นยาปฏิชีวนะที่ต้องจ่ายโดยเภสัชกรหรือต้องมีใบสั่งแพทย์ และควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ที่มีใบอนุญาต ซึ่งควรเป็นผู้ยืนยันด้วยว่าการติดเชื้อนั้นเกิดจากแบคทีเรีย
คู่มือนี้เป็นส่วนหนึ่งของคลังความรู้เรื่องการติดเชื้อของ Menscape
ดูศูนย์ข้อมูลโรคและภาวะสุขภาพตาแดงหรือแผลติดเชื้อ ให้แพทย์ตรวจก่อนหยิบยาหลอดใดมาทา
/)