- โรคและอาการ
- สุขภาพทางเพศและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- PrEP ในประเทศไทย
สุขภาพเพศชาย · คู่มือการใช้ยา
PrEP ในประเทศไทย
PrEP คืออะไร ป้องกัน HIV ได้ดีเพียงใด มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง และผู้ชายในกรุงเทพฯ เริ่มใช้ยาอย่างปลอดภัยและถูกกฎหมายได้อย่างไร ตรวจทานโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตจากคลินิกสุขภาพเพศชายที่จดทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข
- Up to ~99% HIV risk reduction
- Thai FDA registered · prescription with testing
/)
Medically reviewed by Dr. Noppon Arunkajohnsak (Win)
Menscape Clinic
Last reviewed
11 July 2026
99%
ลดความเสี่ยง HIV จากเพศสัมพันธ์
when taken daily as prescribed
7 days
จนได้ระดับป้องกันเต็มที่
of daily dosing, for anal exposure
2012
ได้รับอนุมัติใช้เป็น PrEP ครั้งแรก
the year regulators cleared this use
3 mo
ระยะห่างการตรวจติดตาม
HIV and kidney checks while on PrEP
สาระสำคัญ
PrEP (emtricitabine/tenofovir disoproxil fumarate) is a daily prescription medicine that, taken consistently, cuts the risk of getting HIV from sex by about 99%.
It only protects against HIV, not other STIs or pregnancy, so it works alongside condoms and regular testing rather than instead of them.
In Thailand it is a prescription medicine: you must test HIV-negative and have your kidneys and hepatitis B status checked before you start.
Protection depends on drug levels staying high, which means daily dosing and a repeat HIV test every 3 months.
01
PrEP คืออะไร และ ออกฤทธิ์อย่างไร
PrEP (pre-exposure prophylaxis) หรือยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ คือยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ รับประทานทุกวันโดยผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV เพื่อลดโอกาสติดเชื้อลงอย่างมาก สูตรที่ใช้ที่นี่รวมยาต้านไวรัสสองชนิด คือ emtricitabine และ tenofovir disoproxil fumarate ไว้ในเม็ดเดียว
ยาออกฤทธิ์โดยดักหน้าเชื้อไวรัส HIV ต้องคัดลอกตัวเองภายในเซลล์ภูมิคุ้มกันของคุณจึงจะตั้งตัวได้ ยาทั้งสองชนิดเป็นยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์ reverse transcriptase คือสะสมอยู่ในเซลล์ที่ HIV มุ่งโจมตี และขัดขวางเอนไซม์ที่ไวรัสต้องใช้ในการเพิ่มจำนวน หากคุณสัมผัสเชื้อ ร่างกายจะมีระดับยามากพอที่จะยับยั้งไม่ให้การติดเชื้อตั้งตัวได้
การป้องกันไม่ได้เกิดขึ้นทันทีและไม่ได้อยู่ถาวร ระดับยาต้องใช้เวลาสะสมหลายวันจากการกินทุกวัน และลดลงภายในไม่กี่วันหลังหยุดยา ความสม่ำเสมอจึงสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดสำหรับ PrEP และยานี้เป็นเพียงเครื่องมือป้องกันหนึ่งอย่าง ไม่ใช่แผนป้องกันทั้งหมด เพราะไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นหรือการตั้งครรภ์ แพทย์จึงจะพูดคุยเรื่องถุงยางอนามัย การตรวจคัดกรอง และวัคซีนควบคู่กันไป
PrEP ไม่ใช่ยาที่ควรตัดสินใจเลือกเองที่ชั้นวางในร้านขายยา แพทย์จะประเมินความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ สุขภาพไต และสถานะไวรัสตับอักเสบ B ของคุณก่อนแนะนำให้ใช้ แล้วตรวจติดตามสิ่งเหล่านี้ต่อเนื่องตลอดเวลาที่คุณใช้ยา นี่คือสิ่งที่ทำให้ยาทั้งปลอดภัยและได้ผล
รับประทานก่อนสัมผัสเชื้อ
PrEP สำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV โดยรับประทานล่วงหน้าก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ ไม่ใช่หลังสัมผัสเชื้อแล้ว
ยาสะสมในเซลล์ของคุณ
Emtricitabine และ tenofovir สะสมในเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ HIV มุ่งโจมตี โดยใช้เวลาประมาณ 7 วันของการรับประทานทุกวัน¹
ยับยั้งไม่ให้ HIV เพิ่มจำนวน
ยาทั้งสองชนิดขัดขวางเอนไซม์ reverse transcriptase ที่ HIV ต้องใช้ในการเพิ่มจำนวน การติดเชื้อใหม่จึงตั้งตัวไม่ได้
การป้องกันคงอยู่ตราบที่ระดับยายังสูง
หากลืมกินยา ระดับยาจะลดลง และหากหยุดยาไปเลย การป้องกันจะจางหายภายในไม่กี่วัน การกินทุกวันคือสิ่งที่ทำให้ยาได้ผล³
02
การรับ PrEP ในประเทศไทย
สถานะทาง อย. ไทย
Emtricitabine/tenofovir DF ขึ้นทะเบียนกับ อย. ไทย (Thai FDA) และมียาสามัญใช้กันอย่างแพร่หลาย จำหน่ายในประเทศไทยภายใต้ชื่อการค้า เช่น Ricovir เป็นยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์และจ่ายหลังการตรวจที่จำเป็นแล้วเท่านั้น ไม่ใช่ยาที่ขายทั่วไป⁶
รับยาได้อย่างถูกกฎหมายที่ไหน
ประเทศไทยมีโครงการ PrEP ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของเอเชีย และยานี้ใช้ได้อย่างถูกกฎหมายผ่านคลินิก โรงพยาบาล และร้านขายยาที่มีใบอนุญาต โดยมีการตรวจติดตามอย่างเหมาะสม ที่ Menscape แพทย์ผู้มีใบอนุญาตจะสั่งตรวจพื้นฐานให้คุณและออกใบสั่งยา สำหรับมารับที่คลินิกหรือจัดส่ง⁵
สำหรับชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยว
การเริ่ม PrEP แบบเอกชนไม่จำเป็นต้องมีถิ่นที่อยู่หรือสัญชาติไทย โครงการระดับชาติของไทยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายมีไว้สำหรับคนไทย ส่วนนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่พำนักในไทยสามารถเข้าถึง PrEP ผ่านคลินิกเอกชนได้ หากมีผลตรวจ HIV หรือผลตรวจไตล่าสุด กรุณานำมาด้วย
คำเตือนจาก อย. ไทย การซื้อยาต้านไวรัสจากผู้ขายออนไลน์ที่ไม่มีใบอนุญาตผิดกฎหมายและไม่ปลอดภัย เพราะพบยาปลอมได้บ่อย และการเริ่ม PrEP โดยไม่ตรวจ HIV ก่อนอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้หากมีการติดเชื้ออยู่แล้ว
03
ได้ผลจริงหรือไม่ หลักฐานทางการแพทย์
PrEP เป็นหนึ่งในวิธีป้องกันที่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับหนักแน่น ในการศึกษาสำคัญ iPrEx (ผู้ชายและหญิงข้ามเพศ 2,499 คน ปี 2010) การรับประทาน emtricitabine/tenofovir ทุกวันลดการติดเชื้อ HIV รายใหม่ได้ 44% โดยรวม แต่ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ภาพทั้งหมด เพราะในกลุ่มผู้เข้าร่วมที่ตรวจพบระดับยาในเลือดจริง ความเสี่ยงลดลงถึง 92%²
ความสม่ำเสมอในการกินยาคือหัวใจสำคัญ การทบทวนงานวิจัยและโครงการในชีวิตจริงหลังจากนั้นยืนยันว่า หากรับประทานอย่างสม่ำเสมอ PrEP ชนิดรับประทานลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV จากเพศสัมพันธ์ได้ประมาณ 99% แต่ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น จึงต้องตรวจคัดกรองควบคู่กันไปต่อเนื่อง³
ช่องว่างระหว่างตัวเลข 44% กับ 92% ในกลุ่มที่กินยาสม่ำเสมอ คือเหตุผลที่แนวทางเวชปฏิบัติสำคัญทุกฉบับในปัจจุบันเน้นเรื่องความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ตัวยาเพียงอย่างเดียว องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ PrEP ชนิดรับประทานเป็นทางเลือกหลักในการป้องกัน HIV และประเทศไทยก็สร้างโครงการระดับชาติขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของเอเชียขึ้นบนหลักฐานชุดเดียวกันนี้⁴
92%
เมื่อตรวจพบระดับยาในเลือด
ความเสี่ยงที่ลดลงในผู้เข้าร่วมที่กินยาสม่ำเสมอ
44%
ภาพรวมตามที่ใช้จริง
วิเคราะห์แบบ intention-to-treat ความสม่ำเสมอแตกต่างกันไป
iPrEx randomised controlled trial, N=2,499. Real-world efficacy with consistent daily use is higher (~99%). Individual results vary.
04
ผลข้างเคียง และ ใครที่ไม่ควรใช้
พบบ่อย มักเป็นชั่วคราว
ช่วงเริ่มยาอาจมีอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ หรือปวดท้องเล็กน้อยในสองสามสัปดาห์แรก ซึ่งพบได้บ่อยและมักหายไปเอง ผู้ใช้ส่วนใหญ่รับประทาน PrEP ได้โดยไม่มีผลข้างเคียงระยะยาว
รุนแรงแต่พบได้น้อย
Tenofovir DF อาจส่งผลต่อการทำงานของไตและทำให้ความหนาแน่นมวลกระดูกลดลงเล็กน้อยเมื่อใช้ไปนาน จึงต้องตรวจติดตามการทำงานของไต ส่วนภาวะเลือดเป็นกรดแลกติก (lactic acidosis) พบได้น้อยแต่รุนแรง หากสงสัยต้องแจ้งแพทย์ทันที
ไม่เหมาะสำหรับ
ผู้ที่ติดเชื้อ HIV อยู่แล้ว (การใช้ PrEP เพียงอย่างเดียวอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยา) ผู้ที่การทำงานของไตลดลงมาก (ค่า creatinine clearance ต่ำกว่าประมาณ 60 mL/min) หรือผู้ที่แพ้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งในสูตรนี้ ส่วนผู้ที่มีไวรัสตับอักเสบ B ที่ยังไม่ได้รับการรักษาต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะการหยุดยาอาจกระตุ้นให้โรคกำเริบได้
ก่อนและระหว่างใช้ PrEP
คุณต้องตรวจแล้วไม่พบเชื้อ HIV ก่อนเริ่มยา และต้องตรวจ HIV ร่วมกับการทำงานของไตซ้ำทุก 3 เดือน แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาอื่นที่มีผลต่อไต เช่น ยาแก้ปวดบางชนิดและยาต้านไวรัสบางตัว ส่วนสถานะไวรัสตับอักเสบ B จะตรวจตั้งแต่ก่อนเริ่มยา
05
ทางเลือกอื่นและการใช้ร่วมกัน
ตามเหตุการณ์ · แพทย์เป็นผู้พิจารณา
การกินแบบเมื่อต้องการ (2-1-1)
สำหรับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายบางราย แพทย์อาจพิจารณาพูดคุยเรื่องการกินยาแบบเฉพาะช่วงที่มีความเสี่ยงแทนการกินทุกวัน วิธีนี้ไม่เหมาะกับทุกคนและต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์⁷
ทางเลือกชนิดรับประทานรุ่นใหม่
Emtricitabine/tenofovir alafenamide
ยาสูตรผสมรุ่นใหม่ที่ส่งผลต่อไตและกระดูกน้อยกว่า ซึ่งแพทย์อาจพิจารณาให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อไตสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติสำหรับการสัมผัสเชื้อทุกรูปแบบ
ใช้ควบคู่กับ PrEP
ถุงยางอนามัย การตรวจคัดกรอง และวัคซีน
PrEP ป้องกันเฉพาะ HIV เท่านั้น ถุงยางอนามัย การตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ และวัคซีน เช่น ไวรัสตับอักเสบ B และ HPV จะช่วยเติมเต็มการป้องกันให้ครบถ้วน ซึ่งแพทย์จะวางแผนเรื่องเหล่านี้ร่วมกับคุณ
06
ขั้นตอนการรับใบสั่งยาที่ Menscape
/)
นัดปรึกษาเรื่อง PrEP ได้ตั้งแต่วันนี้
ทักหาเราทาง WhatsApp หรือ LINE
ใช้เวลาไม่กี่นาทีบนมือถือของคุณ เล่าประวัติการสัมผัสเชื้อ ยาที่ใช้อยู่ และประวัติสุขภาพ ข้อมูลทั้งหมดเป็นความลับและได้รับการคุ้มครองตาม PDPA
ตรวจพื้นฐานและปรึกษาแพทย์
แพทย์ไทยผู้มีใบอนุญาตจะจัดให้ตรวจ HIV พร้อมตรวจการทำงานของไตและไวรัสตับอักเสบ B แล้วทบทวนกรณีของคุณผ่านวิดีโอคอลหรือที่คลินิกอโศก
ออกใบสั่งยา หากเหมาะสม
หากผลตรวจของคุณผ่านและ PrEP เหมาะกับคุณ แพทย์จะออกใบสั่งยา โดยยาจะจ่ายผ่านร้านขายยาที่มีใบอนุญาต สำหรับมารับเองหรือจัดส่ง
ติดตามผลทุก 3 เดือน
การตรวจ HIV และไตซ้ำ การคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการพูดคุยติดตามผล ช่วยให้ PrEP ปลอดภัยและได้ผลต่อเนื่อง แผนการใช้ยาจะปรับร่วมกับแพทย์ของคุณตามเวลาที่ผ่านไป
แพทย์เป็นผู้พิจารณา การเริ่มพูดคุยไม่ถือเป็นข้อผูกมัดและไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับใบสั่งยา หาก PrEP ไม่เหมาะกับคุณ แพทย์จะอธิบายเหตุผลและพูดคุยถึงทางเลือกอื่น
/)
Medically reviewed by
Dr. Noppon Arunkajohnsak (Win)
Menscape Clinic, Bangkok
“PrEP works, but only when it is started right: an HIV test, a kidney check, and an honest conversation about your life. Get those steps in place and it is one of the most reliable tools we have.”
- Reviewed
- 11 July 2026
- Next review
- January 2027
- Editorial standard
- Each guide is checked against the Thai FDA label and the primary literature, then reviewed by a licensed physician.
07
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อ PrEP เองตามร้านขายยาในไทยได้ไหม
ในทางปฏิบัติ ร้านขายยาบางแห่งในไทยจำหน่ายยานี้โดยแทบไม่มีการกำกับดูแล แต่ PrEP เป็นยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ และการเริ่มยาอย่างปลอดภัยหมายถึงต้องตรวจแล้วไม่พบเชื้อ HIV และตรวจการทำงานของไตก่อน การข้ามการตรวจเหล่านี้เสี่ยงต่อการเกิดเชื้อดื้อยาและอันตรายต่อไต การประเมินโดยแพทย์จึงสำคัญ
ต้องใช้เวลานานเท่าไรกว่า PrEP จะป้องกันได้
สำหรับเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก การกินยาทุกวันจะได้ระดับป้องกันเต็มที่ในเวลาประมาณ 7 วัน ส่วนการสัมผัสเชื้อทางช่องคลอดใช้เวลาราว 21 วัน ควรใช้ถุงยางอนามัยจนกว่าจะถึงช่วงนั้น
PrEP ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นได้ไหม
ไม่ได้ PrEP ป้องกันเฉพาะ HIV เท่านั้น ไม่ได้ป้องกันหนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส หรือการติดเชื้ออื่น ถุงยางอนามัยและการตรวจคัดกรองสม่ำเสมอจึงยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนการป้องกัน
ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนเริ่มยา
ตรวจ HIV เพื่อยืนยันว่าคุณไม่ติดเชื้อ ตรวจการทำงานของไต และตรวจไวรัสตับอักเสบ B โดยจะตรวจซ้ำระหว่างที่คุณใช้ PrEP ตามปกติทุก 3 เดือน
PrEP ในไทยไม่มีค่าใช้จ่ายใช่ไหม
โครงการระดับชาติของไทยจัดหา PrEP ให้คนไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่วนชาวต่างชาติที่พำนักในไทยและนักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ผ่านคลินิกเอกชน การเข้าปรึกษาจะช่วยอธิบายทางเลือกของคุณ
หยุดและเริ่ม PrEP ตามช่วงเดินทางหรือความสัมพันธ์ได้ไหม
PrEP ไม่จำเป็นต้องใช้ไปตลอดชีวิต แต่การเริ่มและหยุดยาควรวางแผนร่วมกับแพทย์ เพื่อให้คุณได้รับการป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อและหยุดยาอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะหากคุณมีไวรัสตับอักเสบ B
ผมใช้ PrEP อยู่แล้วที่ต่างประเทศ ใช้ต่อในไทยได้ไหม
ได้ หากมีผลตรวจ HIV และผลตรวจไตล่าสุด กรุณานำมาด้วย แพทย์ในไทยจะทบทวนประวัติของคุณและออกใบสั่งยาต่อเนื่องให้ได้
ถ้าผมคิดว่าอาจสัมผัสเชื้อ HIV ไปแล้วต้องทำอย่างไร
PrEP ใช้เพื่อป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อเท่านั้น หากคุณอาจสัมผัสเชื้อภายใน 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา คุณต้องใช้ PEP (ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ) อย่างเร่งด่วนแทน จึงควรปรึกษาแพทย์ภายในวันเดียวกัน
08
แหล่งอ้างอิง
1. U.S. FDA. Truvada® (emtricitabine/tenofovir disoproxil fumarate) prescribing information, PrEP indication. Gilead Sciences. เข้าถึงเมื่อกรกฎาคม 2026
2. Grant RM, et al. Preexposure chemoprophylaxis for HIV prevention in men who have sex with men (iPrEx). N Engl J Med. 2010;363(27):2587-2599.
3. U.S. CDC. Preexposure Prophylaxis for the Prevention of HIV Infection in the United States – Clinical Practice Guideline. 2021.
4. WHO. Guidelines on pre-exposure prophylaxis (PrEP) of HIV. World Health Organization. 2022.
5. กระทรวงสาธารณสุข / สปสช. (Thai Ministry of Public Health / NHSO). โครงการ PrEP ระดับชาติภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 2021
6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Thai Food and Drug Administration) ฐานข้อมูลทะเบียนยา ndi.fda.moph.go.th เข้าถึงเมื่อกรกฎาคม 2026
7. Molina JM, et al. On-demand preexposure prophylaxis in men at high risk for HIV-1 infection (IPERGAY). N Engl J Med. 2015;373(23):2237-2246.
คู่มือนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ PrEP เป็นยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ต้องตรวจ HIV และตรวจติดตามการทำงานของไต และต้องสั่งจ่ายและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้มีใบอนุญาต
คู่มือนี้เป็นส่วนหนึ่งของคลังความรู้สุขภาพเพศชายของ Menscape
ดูศูนย์รวมข้อมูลโรคกำลังพิจารณาใช้ PrEP อยู่ใช่ไหม เริ่มให้ถูกต้องกับแพทย์ ไม่ใช่ที่เคาน์เตอร์ร้านขายยา
/)