- โรคและอาการ
- สุขภาพทางเพศและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- PEP ในประเทศไทย
สุขภาพทางเพศ · คู่มือการใช้ยา
PEP ในประเทศไทย
PEP คือยาต้าน HIV แบบฉุกเฉินที่รับประทานหลังมีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ และได้ผลก็ต่อเมื่อเริ่มยาภายใน 72 ชั่วโมง คู่มือนี้อธิบายว่า PEP คืออะไร ได้ผลมากน้อยเพียงใด มีผลข้างเคียงอย่างไร และคุณจะรับยาได้อย่างรวดเร็วและถูกกฎหมายในกรุงเทพฯ ได้อย่างไร ตรวจทานโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตของคลินิกสุขภาพเพศชายที่จดทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข
- Must start within 72 hours
- Thai FDA registered · prescription only
/)
Medically reviewed by Dr. Noppon Arunkajohnsak (Win)
Menscape Clinic
Last reviewed
11 July 2026
72 ชม.
กรอบเวลาที่ต้องเริ่ม PEP
the sooner after exposure, the better
28
จำนวนวันที่กินยาทุกวัน
a full course, taken every day
81%
ลดความเสี่ยงติด HIV
early PEP, occupational-exposure study
3
การตรวจ HIV ติดตามผล
at baseline, 4–6 weeks, and 3 months
สรุปสาระสำคัญ
PEP is a 28-day course of antiretroviral medicine that can prevent HIV after a possible exposure, but only if it is started fast.
It must begin within 72 hours of exposure, and sooner is better. Treat a possible exposure as a medical emergency, not something to sleep on.
In Thailand PEP is prescription-only and requires an HIV test first: you must be HIV-negative to start. It is not sold over the counter.
PEP greatly lowers risk but is not a guarantee, and it is not a substitute for PrEP or condoms. A doctor chooses the regimen and arranges follow-up testing.
01
PEP คืออะไร และ ทำงานอย่างไร
PEP ย่อมาจาก post-exposure prophylaxis คือการรับประทานยาต้าน HIV เป็นคอร์สสั้นหลังมีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ เพื่อยับยั้งไม่ให้ไวรัสตั้งตัวเป็นการติดเชื้อถาวร PEP เป็นการป้องกันแบบฉุกเฉิน ไม่ใช่การรักษาตามปกติ และใช้ในผู้ที่ยังมีผลเลือด HIV เป็นลบแต่เพิ่งมีโอกาสสัมผัสเชื้อ
หลักการคือการชิงเวลากับไวรัส หลังสัมผัสเชื้อ HIV ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการเพิ่มจำนวนและกระจายจากจุดเริ่มต้นเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองและกระแสเลือด ยาจะไปยับยั้งเอนไซม์ที่ HIV ใช้ในการจำลองตัวเอง ดังนั้นหากเริ่มยาเร็วพอ เซลล์ที่ได้รับเชื้อจะตายไปก่อนที่การติดเชื้อถาวรจะเกิดขึ้น เมื่อไวรัสกระจายไปทั่วร่างกายแล้ว PEP จะไม่สามารถหยุดยั้งได้อีก นี่คือเหตุผลที่กรอบเวลา 72 ชั่วโมงเป็นเส้นตายที่ยืดหยุ่นไม่ได้
ยาแต่ละสูตรประกอบด้วยตัวยา 3 ชนิดที่ออกฤทธิ์คนละขั้นตอนของวงจรชีวิตไวรัส ได้แก่ ยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์อินทิเกรส (dolutegravir หรือ bictegravir) ร่วมกับยายับยั้งเอนไซม์รีเวิร์สทรานสคริปเทส 2 ชนิด (emtricitabine และ tenofovir alafenamide) รวมอยู่ในเม็ดเดียวรับประทานวันละครั้ง การประเมินโดยแพทย์คือขั้นตอนที่จะบอกได้ว่า PEP เหมาะกับคุณหรือไม่ และสูตรยาใดเหมาะกับประวัติสุขภาพของคุณ
เกิดการสัมผัสเชื้อ
HIV เข้าสู่ร่างกายทางเลือดหรือเยื่อบุ และเริ่มเข้าไปในเซลล์ภูมิคุ้มกันบริเวณนั้น
ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ยังทันการณ์
ในราว 72 ชั่วโมงแรก ไวรัสยังไม่กระจายไปทั่วร่างกาย¹
ยายับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส
ยากลุ่มอินทิเกรสและรีเวิร์สทรานสคริปเทสอินฮิบิเตอร์หยุดการจำลองตัวเองของ HIV
ป้องกันการติดเชื้อได้
เมื่อไวรัสเพิ่มจำนวนไม่ได้ เซลล์ที่ได้รับเชื้อจะตายไปก่อนเกิดการติดเชื้อถาวร²
02
การรับ PEP ในประเทศไทย
สถานะตาม Thai FDA
ยาต้านไวรัสที่ใช้เป็น PEP ขึ้นทะเบียนกับ Thai FDA และเป็นยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ยาเม็ดเดี่ยวสูตร dolutegravir จำหน่ายในไทยภายใต้ชื่อการค้า เช่น Kocitaf โดย PEP อยู่ในแนวทางเวชปฏิบัติ HIV ระดับชาติของไทย และให้บริการผ่านโรงพยาบาลและคลินิกที่ได้รับอนุญาต³
Menscape จ่ายยาอย่างไร
แพทย์ผู้มีใบอนุญาตจะยืนยันว่าคุณยังอยู่ในกรอบเวลา 72 ชั่วโมง และสั่งตรวจ HIV แบบรวดเร็วเพื่อยืนยันว่าผลเป็นลบก่อนเริ่มยา หากประเมินแล้วว่า PEP เหมาะสม จะมีการสั่งจ่ายยาโดยร้านยาที่ได้รับอนุญาตภายในวันเดียวกัน ให้คุณมารับเองหรือจัดส่ง
อย่าหาซื้อยาเองทางออนไลน์
PEP เป็นเรื่องฉุกเฉินก็จริง แต่การซื้อยาต้านไวรัสจากผู้ขายออนไลน์ที่ไม่ได้รับอนุญาตนั้นผิดกฎหมาย และพบยาปลอมได้บ่อย การเริ่มยาผิดชนิด ผิดขนาด หรือกินไม่ครบคอร์ส อาจทำให้การป้องกันล้มเหลวและเกิดเชื้อดื้อยา หากคุณไปคลินิกไม่ทัน ให้ไปที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล
คำเตือนจาก Thai FDA หน่วยงานกำกับดูแลได้เตือนซ้ำหลายครั้งไม่ให้ซื้อยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์จากผู้ขายออนไลน์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งพบสินค้าปลอมได้บ่อยและไม่มีผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่คุณได้รับ⁶
03
ได้ผลจริงหรือไม่ ดูจากหลักฐาน
PEP ได้ผล แต่ประสิทธิผลขึ้นอยู่กับว่าคุณเริ่มยาเร็วแค่ไหนและกินครบคอร์สหรือไม่เป็นหลัก หลักฐานในมนุษย์ที่หนักแน่นที่สุดมาจากการศึกษาแบบ case-control ในปี 1997 ในบุคลากรทางการแพทย์ที่ถูกเข็มทิ่มตำ ซึ่งพบว่าการได้รับ zidovudine หลังสัมผัสเชื้อสัมพันธ์กับความเสี่ยงติดเชื้อ HIV ที่ต่ำลง 81% ยังไม่เคยมีการศึกษาแบบสุ่มเทียบยาหลอก เพราะการไม่ให้ PEP แก่ผู้ที่มีความเสี่ยงถือว่าผิดหลักจริยธรรม จึงยังไม่มีตัวเลขที่แม่นยำสำหรับยาสูตรปัจจุบัน
ยาสูตรปัจจุบันที่ใช้ยากลุ่มอินทิเกรสอินฮิบิเตอร์ (dolutegravir หรือ bictegravir ร่วมกับ emtricitabine และ tenofovir alafenamide) ทนต่อผลข้างเคียงได้ดีกว่ายารุ่นเก่าที่ใช้ในการศึกษานั้นมาก ผู้ใช้จึงกินครบทั้ง 28 วันได้มากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อผลลัพธ์ กรณีที่ PEP ไม่ได้ผล มักสัมพันธ์กับการเริ่มยาช้า ลืมกินยา หรือหยุดยาก่อนกำหนด
81%
ลดความเสี่ยง HIV
เริ่ม PEP เร็วในการศึกษาการสัมผัสเชื้อจากการทำงาน
72 ชม.
กรอบเวลาเริ่มยา
ประสิทธิผลลดลงอย่างมากหลังจากนี้
Cardo et al., a case-control study of occupational HIV exposure. There is no placebo-controlled PEP trial; individual risk depends on the exposure.
04
ผลข้างเคียง และ ใครที่ไม่ควรใช้
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย
คลื่นไส้ ปวดศีรษะ ท้องเสีย อ่อนเพลีย และนอนหลับยาก มักเป็นไม่รุนแรงและเกิดในช่วงวันแรกๆ ยาสูตรเม็ดเดียวรุ่นปัจจุบันรบกวนร่างกายน้อยกว่า PEP รุ่นเก่ามาก และยาแก้คลื่นไส้ช่วยให้คุณกินยาครบคอร์สได้
อาการรุนแรงหรือพบได้น้อย
ปฏิกิริยาภูมิไวเกินพบได้น้อยแต่ต้องพบแพทย์โดยด่วน tenofovir อาจส่งผลต่อการทำงานของไต และมีรายงานน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หากคุณเป็นไวรัสตับอักเสบ B การหยุดยากลุ่มนี้อาจกระตุ้นให้ตับอักเสบกำเริบ จึงต้องแจ้งแพทย์
ผู้ที่ไม่เหมาะกับยานี้
PEP ใช้ได้เฉพาะผู้ที่มีผลเลือด HIV เป็นลบ ณ เวลาที่สัมผัสเชื้อ จึงต้องตรวจก่อนเริ่มยาทุกราย ผู้ที่มีโรคไตรุนแรงต้องได้รับการทบทวนขนาดยา และผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์เรื่องสูตรยาก่อนเริ่ม
ปฏิกิริยาระหว่างยาและข้อควรระวัง
dolutegravir และ bictegravir มีปฏิกิริยากับยาลดกรด อาหารเสริมแคลเซียมและธาตุเหล็ก ยากันชักและยาวัณโรคบางชนิด รวมถึง metformin แจ้งแพทย์ถึงยาและอาหารเสริมทุกอย่างที่คุณใช้ และกินยาให้ครบทั้ง 28 วัน การหยุดยาก่อนกำหนดเสี่ยงทั้งการป้องกันล้มเหลวและเชื้อดื้อยา
05
ทางเลือกอื่นและการใช้ร่วมกัน
ป้องกันต่อเนื่อง · หลังจบ PEP
PrEP
หากคุณมีความเสี่ยงซ้ำหรือต่อเนื่อง PrEP (ยาเม็ดที่กินทุกวันก่อนสัมผัสเชื้อ) คือแนวทางป้องกัน HIV ระยะยาว หลายคนเปลี่ยนจากคอร์ส PEP ไปใช้ PrEP ต่อทันทีเมื่อครบ 28 วัน
สูตรทางเลือก · ยากลุ่มเดียวกัน
ยาเม็ดเดียวสูตร bictegravir
อีกหนึ่งทางเลือกแบบเม็ดเดียว ที่มีโอกาสเกิดเชื้อดื้อยาต่ำ แพทย์จะเลือกระหว่างสูตรนี้กับสูตร dolutegravir โดยพิจารณาจากประวัติสุขภาพและยาอื่นที่คุณใช้อยู่
ครั้งเดียวกัน · คนละความเสี่ยง
การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และถุงยางอนามัย
PEP ป้องกันเฉพาะ HIV เท่านั้น ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น หลังมีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ การตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างครบถ้วนและการใช้ถุงยางอนามัยยังคงเป็นสิ่งจำเป็น
06
ขั้นตอนการรับ PEP ที่ Menscape
/)
คิดว่าอาจสัมผัสเชื้อ? ปรึกษาแพทย์วันนี้
ทักหาเราทาง WhatsApp หรือ LINE
แจ้งเวลาที่เกิดความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ และตอบแบบสอบถามสุขภาพสั้นๆ เนื่องจาก PEP ต้องแข่งกับเวลา การแจ้งว่าเป็นกรณีเร่งด่วนจะทำให้คุณได้พบแพทย์ภายในวันเดียวกัน ข้อมูลของคุณเป็นความลับและได้รับความคุ้มครองตาม PDPA
พบแพทย์และตรวจ HIV ภายในวันเดียวกัน
แพทย์ไทยผู้มีใบอนุญาตจะทบทวนลักษณะการสัมผัสเชื้อและยืนยันว่าคุณยังอยู่ในกรอบเวลา 72 ชั่วโมง จากนั้นตรวจ HIV แบบรวดเร็วเพื่อยืนยันว่าผลเป็นลบก่อนสั่งจ่ายยาใดๆ
สั่งจ่ายยา หากเหมาะสม
หาก PEP เหมาะกับคุณ แพทย์จะสั่งยาสูตรเม็ดเดียวนาน 28 วัน จ่ายโดยร้านยาที่ได้รับอนุญาต ให้มารับเองหรือจัดส่งภายในวันเดียวกัน เพื่อให้คุณเริ่มยาได้โดยไม่ล่าช้า
การติดตามผลและตรวจซ้ำ
มีการติดตามอาการระหว่างคอร์สยา และตรวจ HIV ซ้ำที่ 4–6 สัปดาห์ และ 3 เดือน หากคุณยังมีความเสี่ยงต่อเนื่อง แพทย์สามารถวางแผนให้คุณเปลี่ยนไปใช้ PrEP ได้
แพทย์เป็นผู้ตัดสิน PEP เหมาะสมเฉพาะเมื่ออยู่ภายใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อ และสำหรับผู้ที่มีผลเลือด HIV เป็นลบเท่านั้น หาก PEP ไม่เหมาะกับคุณ แพทย์จะอธิบายเหตุผลและแนวทางที่ควรทำต่อไป
/)
Medically reviewed by
Dr. Noppon Arunkajohnsak (Win)
Menscape Clinic, Bangkok
“With PEP, time is the treatment. If you think you have been exposed, come in the same day, because every hour we lose makes the medicine less likely to work.”
- Reviewed
- 11 July 2026
- Next review
- January 2027
- Editorial standard
- Each guide is checked against the Thai FDA label and the primary literature, then reviewed by a licensed physician.
07
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อ PEP ตามร้านขายยาในไทยได้เลยไหม
ไม่ได้ ยาต้านไวรัสที่ใช้เป็น PEP เป็นยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ และคุณต้องตรวจ HIV ก่อนเริ่มยา PEP จึงต้องผ่านแพทย์เสมอ หากคุณคิดว่าอาจสัมผัสเชื้อ ให้ติดต่อคลินิกหรือโรงพยาบาลทันที แทนการหาซื้อยาเอง
ต้องเริ่ม PEP เร็วแค่ไหน
ต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อ และยิ่งเร็วยิ่งดี หลังพ้น 72 ชั่วโมง ไวรัสมักกระจายไปมากเกินกว่าที่ PEP จะได้ผล ให้ถือว่าความเสี่ยงสัมผัสเชื้อเป็นภาวะฉุกเฉินและเข้าพบแพทย์ภายในวันเดียวกัน
ต้องกินยานานเท่าไร
ครบ 28 วัน วันละ 1 เม็ด วันละครั้ง การกินให้ครบทั้งคอร์สคือปัจจัยสำคัญที่สุดต่อผลลัพธ์ การหยุดยาก่อนกำหนดเสี่ยงทั้งการป้องกันล้มเหลวและเชื้อดื้อยา
แบบไหนถือว่าเสี่ยงสัมผัสเชื้อ HIV
การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ถุงยางแตกหรือรั่ว การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การถูกเข็มทิ่มตำ หรือการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ล้วนเป็นเหตุผลที่พบบ่อยในการพิจารณาใช้ PEP หากคุณไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ของคุณเข้าเกณฑ์หรือไม่ ให้เข้ารับการประเมินและให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน
PEP ได้ผลทุกครั้งหรือไม่
ไม่เสมอไป PEP ลดความเสี่ยงติด HIV ได้มาก แต่ไม่ใช่การรับประกัน โดยเฉพาะเมื่อเริ่มยาช้าหรือลืมกินยาบางมื้อ การตรวจ HIV ติดตามผลที่ 4–6 สัปดาห์ และ 3 เดือน จะยืนยันสถานะของคุณ
PEP กับ PrEP ต่างกันอย่างไร
PEP คือการใช้ยาแบบฉุกเฉินหลังมีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ เป็นคอร์ส 28 วัน ส่วน PrEP คือยาที่กินก่อนสัมผัสเชื้อและกินต่อเนื่อง เพื่อป้องกัน HIV ในผู้ที่มีความเสี่ยงอยู่เป็นประจำ หากคุณยังมีความเสี่ยงต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการเปลี่ยนไปใช้ PrEP
ชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวรับ PEP ในไทยได้ไหม
ได้ ไม่จำเป็นต้องมีถิ่นพำนักในไทย เพียงนำบัตรประจำตัวและประวัติการรักษาที่มีมาด้วย เนื่องจากมีกรอบเวลา 72 ชั่วโมง หากคุณคิดว่าอาจสัมผัสเชื้อ ให้ไปคลินิกหรือห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยไม่ต้องรอ
การปรึกษาแพทย์เป็นความลับหรือไม่
ได้ การปรึกษาแพทย์และผลตรวจ HIV ของคุณเป็นความลับและได้รับความคุ้มครองตาม PDPA จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคุณ และคุณเลือกพบแพทย์ผ่านวิดีโอคอลหรือเข้ามาที่คลินิกอโศกก็ได้
08
แหล่งอ้างอิง
1. World Health Organization. Consolidated guidelines on HIV prevention, testing, treatment: post-exposure prophylaxis for HIV. WHO. 2021.
2. Cardo DM, et al. A case-control study of HIV seroconversion in health care workers after percutaneous exposure. N Engl J Med. 1997;337(21):1485-1490.
3. กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย. MOPH. 2021/2022.
4. U.S. CDC. Updated Guidelines for Antiretroviral Postexposure Prophylaxis After Sexual, Injection Drug Use, or Other Nonoccupational Exposure to HIV. CDC. 2016.
5. เอกสารกำกับยาของ U.S. FDA สำหรับ Biktarvy (bictegravir/emtricitabine/tenofovir alafenamide) และยาเม็ดสูตรผสมที่มี dolutegravir สืบค้นเดือนกรกฎาคม 2026
6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Thai FDA). ฐานข้อมูลทะเบียนยาและคำเตือนผู้บริโภค ndi.fda.moph.go.th และ oryor.com สืบค้นเดือนกรกฎาคม 2026
7. British HIV Association (BHIVA). UK guideline for the use of HIV post-exposure prophylaxis. 2021.
คู่มือนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ PEP เป็นยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์และเป็นการตัดสินใจที่ต้องแข่งกับเวลา หากคุณคิดว่าอาจสัมผัสเชื้อ HIV ให้เข้ารับการดูแลทันที มีเพียงแพทย์ผู้มีใบอนุญาตเท่านั้นที่สั่งจ่ายและติดตามการใช้ยานี้ได้
คู่มือนี้เป็นส่วนหนึ่งของคลังความรู้สุขภาพทางเพศของ Menscape
ดูศูนย์รวมข้อมูลภาวะสุขภาพคิดว่าอาจสัมผัสเชื้อ HIV? ปรึกษาแพทย์วันนี้ อย่ารอถึงพรุ่งนี้
/)