โรคเริมที่อวัยวะเพศเป็นหนึ่งในการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยที่สุดในหมู่ผู้ชายทั่วโลก และยังเป็นหนึ่งในโรคที่ถูกเข้าใจผิดมากที่สุด ผู้ชายหลายคนที่ติดเชื้อเริมมี ไม่มีอาการ ในขณะที่คนอื่น ๆ มีอาการกำเริบเป็นครั้งคราวซึ่งทำให้เกิดความเครียด ความเจ็บปวด หรือความอับอาย
การตรวจเริมที่แม่นยำให้ความชัดเจน ความสบายใจ และทางเลือกการรักษาที่เหมาะสม กรุงเทพฯ ให้บริการตรวจเริมที่ปลอดภัย เป็นส่วนตัว และได้มาตรฐานทางการแพทย์ พร้อมผลลัพธ์ที่รวดเร็วและความเป็นส่วนตัวสูงสุด
คู่มือนี้จะอธิบายว่าควรตรวจเมื่อไหร่ ควรเลือกตรวจแบบไหน อาการ การจัดการเมื่อโรคกำเริบ และผลลัพธ์ที่ได้หมายความว่าอย่างไร
โรคเริม (HSV) คืออะไร?
โรคเริมเกิดจากเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus โดยหลัก ๆ คือ:
HSV-1: มักเกิดที่ปาก แต่สามารถติดเชื้อที่อวัยวะเพศได้
HSV-2: มักเกิดที่อวัยวะเพศเป็นหลัก
ทั้งสองชนิดสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
เมื่อติดเชื้อแล้ว ไวรัสจะอยู่ในร่างกายไปตลอดชีวิต แต่อาการสามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ด้วยยา
โรคเริมติดต่อได้อย่างไร
โรคเริมแพร่กระจายผ่าน:
การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (แผลร้อนใน → การติดเชื้อที่อวัยวะเพศ)
การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทวารหนัก
การสัมผัสผิวหนังกับบริเวณที่ติดเชื้อ
การแพร่เชื้อไวรัสโดยไม่มีอาการ (ไม่มีแผลที่มองเห็นได้)
ถุงยางอนามัยช่วยลดความเสี่ยง แต่ ไม่ได้กำจัดความเสี่ยงทั้งหมด
อาการของโรคเริมที่อวัยวะเพศในผู้ชาย
อาการทั่วไป:
ตุ่มแดงบริเวณอวัยวะเพศชายหรือขาหนีบ
แผลพุพองคล้ายตุ่มน้ำ
แผลเปื่อยที่เจ็บปวด
อาการคันหรือแสบร้อน
อาการรู้สึกเสียวแปลบก่อนที่โรคจะกำเริบ
เจ็บปวดขณะปัสสาวะ
อาการทั่วร่างกายระหว่างการกำเริบครั้งแรก:
ไข้
อ่อนเพลีย
ต่อมน้ำเหลืองบวม
แต่ผู้ชายส่วนใหญ่มี ไม่มีอาการ เลย
หลายคนค้นพบการติดเชื้อผ่านการตรวจเท่านั้น
ใครควรตรวจเริม?
ผู้ชายควรตรวจหาก:
มีตุ่ม แผล หรือตุ่มน้ำใส
มีคู่นอนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเริม
มีอาการระคายเคืองบ่อยครั้งหลังมีเพศสัมพันธ์
มีรอยแดงที่อวัยวะเพศซ้ำ ๆ
มีอาการแสบร้อนขณะปัสสาวะ
มีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน
ต้องการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างครบถ้วน
การตรวจมีความสำคัญอย่างยิ่งหลังจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
ประเภทของการตรวจเริมที่มีให้บริการในกรุงเทพฯ
1. การตรวจเลือดหาเชื้อเริม IgG (พบบ่อยที่สุด)
ตรวจหา การสัมผัสเชื้อในอดีต ต่อเชื้อ HSV-1 และ HSV-2
มีความแม่นยำสูงหลังจาก 12–16 สัปดาห์
สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง HSV-1 และ HSV-2 ได้
ไม่สามารถตรวจจับการติดเชื้อใหม่ ๆ ได้
นี่คือการตรวจคัดกรองโรคเริมมาตรฐาน
2. การตรวจ PCR Swab (ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มีอาการ)
ตรวจหาเชื้อไวรัสโดยตรงจาก:
ตุ่มน้ำใส
แผลเปื่อย
ตุ่มแดงที่น่าสงสัยว่าเป็นเริม
แม่นยำมาก ในระหว่างที่โรคกำเริบ.
3. การตรวจเลือดหาเชื้อ IgM (ไม่แนะนำ)
มักให้ผลที่ทำให้เข้าใจผิด คลินิกที่ดี จะไม่ ใช้ IgM ในการตรวจเริม
ผู้ชายควรตรวจเริมเมื่อไหร่? (ระยะเวลา)
สถานการณ์ | การตรวจที่ดีที่สุด | ระยะเวลา |
คุณมีแผล/ตุ่มน้ำใส | PCR swab | ทันที |
เพิ่งสัมผัสเชื้อ (<12 สัปดาห์) | การตรวจเลือด IgG | ตรวจตอนนี้ + ตรวจซ้ำที่ 12 สัปดาห์ |
ความกังวลในระยะยาว | การตรวจเลือด IgG | ได้ตลอดเวลา |
คู่นอนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเริม | การตรวจ IgG | โดยเร็วที่สุด |
การตรวจ IgG จะเชื่อถือได้ประมาณ 12–16 สัปดาห์ หลังจากการสัมผัสเชื้อ
ทางเลือกในการรักษาโรคเริม
แม้ว่าโรคเริมจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็ สามารถจัดการได้อย่างเต็มที่.
ยาต้านไวรัส:
Acyclovir
Valacyclovir (Valtrex)
Famciclovir
รูปแบบการใช้งานสองแบบ:
1. การรักษาเป็นครั้งคราว:
รับประทานยาเมื่อมีอาการแรกเริ่ม
2. การรักษาแบบกดอาการรายวัน:
สำหรับผู้ชายที่มีอาการกำเริบบ่อยครั้งหรือมีชีวิตเพศที่กระตือรือร้น
ประโยชน์:
การกำเริบของโรคน้อยลง
การกำเริบของโรคมีความรุนแรงน้อยลง
ลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัส
เพิ่มความมั่นใจและสุขภาวะทางเพศที่ดีขึ้น
กระบวนการตรวจที่ Menscape ทำงานอย่างไร
1. การให้คำปรึกษาที่เป็นส่วนตัว
พูดคุยเกี่ยวกับอาการ ข้อกังวล และประวัติทางเพศ
2. การเก็บตัวอย่าง
การตรวจเลือด (IgG)
การตรวจ Swab (หากมีอาการกำเริบ)
3. ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
PCR swab: 1–2 วัน
การตรวจ IgG: 2–4 วัน
4. การรักษาและการให้คำปรึกษา
ยา + กลยุทธ์การป้องกัน
การใช้ชีวิตกับโรคเริม: สิ่งที่ผู้ชายควรรู้
สามารถจัดการได้ดีมากด้วยยา
ไม่ส่งผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์
ไม่ส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน การแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือสมรรถภาพทางเพศ
คุณสามารถมีชีวิตเพศที่เป็นปกติได้
โดยปกติแล้วอาการกำเริบจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
การแพร่เชื้อสามารถลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญด้วยการรักษาแบบกดอาการ
โรคเริมเป็นเรื่องปกติ และส่งผลกระทบต่อชีวิตน้อยกว่าที่ผู้ชายส่วนใหญ่กลัว
ทำไมผู้ชายถึงเลือกตรวจเริมในกรุงเทพฯ
การตรวจที่รวดเร็วและเป็นส่วนตัว
การแปลผลโดยผู้เชี่ยวชาญ
การตรวจ PCR และ IgG ที่แม่นยำ
การรักษาที่เป็นส่วนตัว
ไม่มีการตัดสิน
ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับคลินิกในตะวันตก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถ้าผลตรวจเป็นบวก จะเป็นบวกตลอดไปหรือไม่?
ใช่ — IgG จะยังคงเป็นบวกตลอดชีวิต
โรคเริมส่งผลต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศหรือไม่?
ไม่ — ยกเว้นกรณีที่ความเจ็บปวดระหว่างการกำเริบของโรคส่งผลรบกวนชั่วคราว
โรคเริมสามารถแพร่กระจายโดยไม่มีอาการได้หรือไม่?
ได้ — การแพร่เชื้อโดยไม่มีอาการเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
ฉันสามารถดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างที่โรคกำเริบได้หรือไม่?
ได้ แต่แอลกอฮอล์อาจกระตุ้นให้เกิดการกำเริบของโรคในผู้ชายบางคน
การรักษาช่วยลดการแพร่เชื้อหรือไม่?
การใช้ยา valacyclovir ทุกวันช่วยลดการแพร่เชื้อได้ 50–80%
ประเด็นสำคัญ
โรคเริมเป็นเรื่องปกติ สามารถจัดการได้ และไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
การตรวจรวมถึงการตรวจเลือด IgG และการตรวจ PCR swabs
การตรวจที่รวดเร็วและแม่นยำให้ความชัดเจนและความสบายใจ
การรักษาช่วยลดการกำเริบของโรคและการแพร่เชื้อได้อย่างมาก
Menscape ให้บริการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่รวดเร็วและเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ชาย
📩 ต้องการตรวจเริมที่เป็นความลับหรือไม่? จองการประเมินสุขภาพทางเพศส่วนตัวของคุณที่ Menscape กรุงเทพฯ

